ครีมกันแดด ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี bioderma
| |

10 อันดับ ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี?

เมื่อพูดถึงประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อนแล้ว ไม่ต้องนึกเลยว่ารังสียูวีในแดดจะทำร้ายต่อผิวกายของเราตรงๆมากแค่ไหน หรือแม้กระทั่งแสงจากจอสมาร์ทโฟนและแสงจากจอคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นต้องใช้ในทุกๆวันก็สามารถเป็นปัญหาต่อผิวของเราได้ ดังนั้นแล้วจึงต้องหาสกินแคร์อย่างครีมกันแดดยี่ห้อไหนดีมาบำรุงเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหมองคล้ำเสีย การเกิดฝ้าและอันตรายจากรังสียูวีอีกด้วย

ครีมกันแดด ไอเทมสำคัญ ช่วยป้องกันผิวเสีย

ครีมกันแดด  (Sunscreen) เป็นสารมีส่วนผสมระหว่างช่วยบำรุงและป้องกันผิวจากรังสียูวี (Ultraviolet Radiation: UV) ช่วยให้ผิวของเราไม่ถูกแสงแดดทำลายจนไหม้เสียหรือเกิดจุดด่างดำต่าง ๆ อย่างฝ้า กระ และยังลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย ซึ่งครีมกันแดดมีหลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกใช้ตามความชอบและความเหมาะสม ได้แก่ ครีม โลชั่น สเปรย์ หรือขี้ผึ้ง

ทำไมต้องทาครีมกันแดด

นอกจากแสงแดดจะมีรังสียูวี (Ultraviolet Radiation: UV) ที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังแล้ว ก็ยังมีส่วนทำให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกายเรา ถ้าหากไม่ทาครีมกันแดดป้องกันไว้ก็จะทำให้ร่างกายได้รับรังสีแบบตรงๆ ซึ่งจะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งผิวได้มากกว่าการทาครีมกันแดดปกป้องผิวไว้ อีกทั้งการทาครีมกันแดดยังจะช่วยรักษาคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวทำให้ผิวสุขภาพดี อ่อนกว่าเยาว์

รังสียูวี (UV) ทำร้ายผิวอย่างไรบ้าง

รังสียูวีเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีแหล่งกำเนิดหลักมาจากแสงอาทิตย์ หรืออาจเกิดจากอุปกรณ์ที่ปล่อยรังสียูวีออกมา อย่างเช่น เครื่องทำผิวแทน รวมไปถึงจากหลอดไฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในกิจวัตรประจำวันที่เราต้องเผชิญอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากได้รับในปริมาณมากๆเป็นเวลาติดต่อกันจะสิ่งผลกระทบต่อผิวอย่างชัดเจน อย่างเช่น อาการผิวไหม้จากแดด ริ้วรอย อาการแพ้แดด และสิ่งที่น่ากลัวไปมากกว่านั้นคือรังสียูวียังสามารถเข้าไปทำลาย DNA ของเซลล์ผิวหนังจนก่อให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังได้

เลือกครีมกันแดดอย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิว

สภาพผิวแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้นแล้วการเลือกครีมกันแดดแต่ละแบบให้เหมาะสมกับตนเองจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยจะมีหลักการพิจารณาอย่างง่ายๆให้ได้เลือก ดังนี้

พิจารณาจากค่า SPF และ PA

ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor คือค่าการป้องกัน UVB ที่จะบอกให้รู้ว่าเราสามารถอยู่กลางแสงแดดได้นานแค่ไหนโดยที่ผิวของเราไม่ไหม้ ซึ่งยิ่งค่าสูงๆยิ่งช่วยป้องกันได้นาน แต่ค่าที่มากเกินก็เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อเราและเสี่ยงต่อการแพ้อีกด้วย

ค่า PA หรือ Protection grade of UVA เป็นค่าการป้องกัน UVA ซึ่งหากมีเครื่องหมาย + หลัง PA เท่าไหร่ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA มากขึ้นเท่านั้น

ประเภทเนื้อครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวเรา

เนื้อครีมกันแดดมีหลากหลายรูปแบบซึ่งควรเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะผิวเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

แบบเนื้อครีม – มักจะมีลักษณะเป็นเนื้อครีมข้นสีขาว เนื้อไม่ไหลเยิ้ม เซึ่งจะเหมาะสำหรับคนที่มีผิวธรรมดาและผิวแห้ง

แบบเนื้อเจล – เนื้อครีมให้ความรู้สึกบางเบา ไม่ทำให้ผิวมัน ไม่อุดตันรูขุมขน อีกทั้งเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีผิวมันและคนที่แพ้ง่าย

แบบเนื้อน้ำนม – มีลักษณะค่อนข้างเหลว เมื่อเทออกมาคล้ายน้ำนมสีขาว ทาแล้วไม่เยิ้ม ซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้งและผิวมัน

ส่วนผสมของครีมกันแดดก็สำคัญ

เป็นส่วนสำคัญที่ห้ามมองข้ามเพราะสามารถส่งผลต่อผิวเราอย่างมากทั้งการป้องกันและสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ และอาการอื่นๆที่ก่อให้เกิดกับผิวได้อย่างน้ำหอม แอลกอฮอร์ ที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง

10 อันดับ ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี ฉบับปี 2022

หลังจากได้รู้ความสำคัญของครีมกันแดดกันไปเรียบร้อยแล้ว ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำครีมกันแดดยี่ห้อไหนดีที่สามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเสีย ลองมาดูกันว่าทั้ง 10 อันดับนี้จะมีคุณสมบัติตรงใจอย่างที่ต้องการกันบ้าง

อันดับที่ 1 ครีมกันแดด Bioderma Photoderm Max Aquafluide SPF 50+ & Bioderma Photoderm Cover Touch SPF 50+

ครีมกันแดด bioderma photoderm cover touch

ครีมกันแดด Bioderma ออกมาให้เลือกทั้ง 2 สูตร โดย Bioderma Photoderm Max Aquafluide SPF 50+ ที่มีเนื้อบางเบา ไม่ทิ้งคราบขาว นอกจากป้องกันรังสี UV แล้วยังมีช่วยประกอบที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระในผิว ช่วยลดจุดค่างดำ ชะลอริ้วรอยที่เกิดก่อยวัย และยังไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ วัตถุกันเสีย และส่วนผสมที่มีส่วนก่อให้เกิดการอุดตันและก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรือแพ้ ซึ่งเหมาะกับทุกสภาพผิว หลอดมีขนาด 40 มล. ในราคา 889 บาท

และ Bioderma Photoderm Cover Touch SPF 50+ เป็นครีมกันแดดผสมรองพื้น หรือที่เรียกกันว่าครีมกันแดดสีเนื้อที่ช่วยปรับสีผิวให้เรียบเนียน ปกปิดรอยสิว และจุดด่างดำ ซึ่งครีมสูตรนี้เป็นสูตร water in oil emulsion ที่ให้เนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย และผ่านการทดสอบ non-comedogenic แล้วว่าจะไม่ทำให้ผิวอุดตัน อีกทั้งยังมีซิลิก้าที่ช่วยให้ผิวแมตต์ยาวนานถึง 8 ชม. กันน้ำกันเหงื่อได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับคนผิวมันและผิวผสม หลอดมีขนาด 40 มล. ในราคา 940 บาท

อันดับที่ 2 Banana Boat

อันดับที่ 2 Banana Boat

 ครีมกันแดด Banana Boat เป็นอีกแบรนด์นึงที่หลายคนแนะนำและพูดถึงอยู่เป็นประจำ ในสูตรนี้ได้ปรับสูตรใหม่ให้ทาง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะสูตร Daily ที่เหมาะกับวันทั่วๆไป สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว ที่มาพร้อมกับการปกป้องรังสี UV สูงสุดจาก SPF50+ PA++++ เนื้อครีมบางเบา ไม่ทิ้งคราบ มี Hyaluronic Acid ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือสิว ซึ่งเหมาะจะเป็นครีมกันแดดผิวแพ้งานอีกด้วย หลอดมีขนาด 50 มล. ในราคา 390 บาท

อันดับที่ 3 Biore UV Aqua Rich Watery Gel SPF50+ PA++++

อันดับที่ 3 Biore UV Aqua Rich Watery Gel SPF50+ PA++++

อีกหนึ่งครีมกันแดดถูกและดีจนหลายคนแนะนำต่อๆกันมา สูตรนี้เป็นเนื้อเจล มีความบางเบา ทำให้เมื่อทาแล้วผิวเบาสบายสด แต่สามสามารถปกป้องล้ำลึกยาวนาน แถมยังกันน้ำกันเหงื่ออีกด้วย และที่ต้องยกนิ้วให้อีกคือช่วยปกป้องไปถึงชั้นของคอลลาเจน ทำให้ผิวอ่อนเยาว์ ส่วนใครที่ผิวแพ้ง่ายก็หมดห่วงไปได้เลย เพราะผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นสิว หลอดมีขนาด 90 มล. ในราคา 290 บาท

อันดับที่ 4 Nivea Sun Triple Protect Extra Radiance & Smooth Hokkaido Rose

อันดับที่ 4 Nivea Sun Triple Protect Extra Radiance & Smooth Hokkaido Rose

ครีมกันแดดเนื้อเซรั่มจากนีเวียสูตรนี้มีเนื้อบางเบา เกลี่ยได้ง่าย ที่สำคัญยังซึมไวช่วยมอบความชุ่มชื่นให้กับผิว ทำให้ผิวดูสุขภาพดี จึงเหมาะสำหรับคนผิวแห้งและผิวมันเป็นอย่างมาก นอกจากจะป้องกันรังสี UVA, UVB แล้วยังช่วยป้องกันแสงสีฟ้าอีกด้วย ที่สำคำคัญยังมีส่วนผสมของกุหลาบฮอกไกโดที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสของผิวให้มีออร่าเปล่งประกาย และพร้อมต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย หลอดมีขนาด 40 มล. ในราคา 389 บาท

อันดับที่ 5 Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk Sunscreen SPF50+ PA++++ 60 ml

อันดับที่ 5  Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk Sunscreen SPF50+ PA++++ 60 ml

เป็นครีมกันแดดเนื้อน้ำนมที่ช่วยปกป้องจากแดดไปพร้อมกับการบำรุงผิว ด้วยเทคโนโลยี Triple Defense Technology ผสานสารบำรุงผิว 50% จาก Super Hyaluronic Acid มอบความชุ่มชื่น ทำให้ผิวไม่แห้งกร้าน ปกป้องผิวจากริ้วรอยก่อนวัย และเทคโนโลยี Aqua Booster EX Technology ที่ผสานกับ Friction-resistant powder ทำให้เมื่อครีมสัมผัสกับน้ำหรือเหงื่อ จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดีขึ้น และติดทนนาน มี 2 หลอดมีขนาด 60 มล. ในราคา 875 บาท

อันดับที่ 6 SUNPLAY Skin Aqua Tone Up Essence Sunscreen SPF50+ PA++++

อันดับที่ 6 SUNPLAY Skin Aqua Tone Up Essence Sunscreen SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดอีกหนึ่งยี่ห้อถูกและดี เพราะสูตรนี้เป็นเนื้อเจลที่มีความบางเบา สบายผิวสุดๆ แต่ปกป้องผิวดีเยี่ยม แถมกันน้ำกันเหงื่อไปอีก ที่สำคัญปกป้องไปถึงชั้นคอลลาเจน ทำให้ผิวไม่แก่ก่อนวัย ไม่แค่นั้นยังมียังมี Hyaluronic Acid, วิตามิน C และ Pure Tone Up ที่จะช่วยให้ความชุ่มชื่นผิวและช่วยช่วยในเรื่องของการคุมความมัน ใครแพ้ง่ายหมดห่วงไปได้เลย เพราะได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดสิวหรือระคายเคือง หลอดมีขนาด 90 มล. ในราคา 290 บาท

อันดับที่ 7 Srichand Luminescence Fabulous UV Shield Sunscreen

อันดับที่ 7 Srichand Luminescence Fabulous UV Shield Sunscreen

ใครที่กำลังมองหาครีมกันแดดคุมมันดีในราคาน่ารักสบายกระเป๋า ต้องแนะนำเป็นครีมกันแดดของศรีจันทร์ตัวนี้เลย นอกจากคุมมันได้ยาวนานแล้วยังมีเนื้อครีมที่บางเบา ซึมได้เร็ว เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ในแสงแดด และมลภาวะต่างๆในกิจวัตรประจำวันที่ต้องเผชิญได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับคนผิวมันหรือผิวผสม ทั้งยังปราศจากน้ำมัน น้ำหอม และสารกลุ่มพาราเบน คนผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้เพราะผ่านการทดสอบการระคายเคืองเรียบร้อย หลอดมีขนาด 15 มล. ในราคา 159 บาท

อันดับที่ 8 KA UV Whitening SPF50 PA+++ Facial Cream

อันดับที่ 8 KA UV Whitening SPF50 PA+++ Facial Cream

เป็นครีมเนื้อซอฟต์ครีมที่มีบางเบา ซึมได้ไว ไม่อุดตันซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดสิว ปกป้องผิวจากทั้ง UVA / UVB ป้องกันผิวไม่ให้หมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัยจากแสงสีฟ้าด้วย และยังมีส่วนผสมของวิตามิน E ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอวัย ซึ่งเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ที่สำคัญสูตรนี้ไม่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ พาราเบน และน้ำหอมที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรือแพ้อีกด้วย  หลอดมีขนาด 30 กรัม ในราคา 199 บาท

อันดับที่ 9 Garnier Light Complete Super UV SPF50+PA++++ Natural

อันดับที่ 9 Garnier Light Complete Super UV SPF50+PA++++ Natural

ครีมกันแดดสูตรใหม่จาก Garnier ที่ถูกและดีจนต้องแนะนำให้ได้ลอง นอกจากจะช่วยป้องกันรังสี UV ที่เป็นสาเหตุหลักทำให้ผิวหน้าต้องหมองคล้ำ และสาเหตุการเกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของวิตามิน C ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนผิว ช่วยผลัดเซลล์เก่าที่ผิวคล้ำเสียอีกด้วย ส่วนเนื้อครีมของสูตรนี้ทาได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ สีกลืนไปกับผิวไม่วอก อีกทั้งยังไม่มีสารที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง น้ำมันและพาราเบนอีกต่างหาก หลอดมีขนาด 30 มล. ในราคา 279 บาท

อันดับที่ 10 Oriental Princess Natural Sunscreen UV Tinted Perfection SPF40 PA+++

อันดับที่ 10 Oriental Princess Natural Sunscreen UV Tinted Perfection SPF40 PA+++

ครีมกันแดดสูตรนี้บอกเลยว่าสายแต่งหนา้ต้องถูกใจอย่างมากเพราะมาพร้อมคุณสมบัติกันแดดและรองพื้นได้ในหลอดเดียวดัน ตัวเนื้อครีมกันแดดมีความนุ่ม เกลี่ยได้ง่าย ซึมซาบเร็ว เหมาะสำหรับทุกเฉดสีผิว เพียงแค่ทาเป็นรองพื้นก่อนแต่งหน้าก็จะช่วยปรับผิวให้มีสีท่สม่ำเสมอ อำพรางรูขุมขนได้เรียบเนียน และยังช่วยป้องกันรังสี UV ได้ตลอดทั้งวัน โดยปราศจากแอลกอฮอล์ที่จะไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้ได้ ซึ่งเหมาะสำหรับคนผิวมันหรือผิวแพ้ง่าย หลอดมีขนาด 50 มล. ในราคา 385 บาท

แนะนำวิธีการทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง

การทาครีมกันแดดให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องปกผิวมีอยู่หลายวิธีให้เลือกทำมีดังนี้

  • ทาก่อนออกไปทำกิจกรรมอย่างน้อบ 15 นาที เพื่อจะทำให้ครีมได้ซึมไปกับผิวและป้องกันรังสียูวีได้อย่างเต็มที่
  • เลือกชนิดครีมกันแดดให้ถูกกับกิจกรรมที่จะทำเผื่อให้ติดทนต่อการป้องกันผิว อย่างเช่นหากไปเล่นน้ำควรเลือกชนิดที่กันน้ำกันเหงื่อ
  • หากไปทำกิจกรรมการแจ้งติดต่อเป็นเวลานานควรทาครีมกันแดดอย่างน้อยๆ 2 ชั่วโมง/ครั้ง
  • ควรทาในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยประมาณ 2 ข้อนิ้วหรือ 1 ช้อนชาสำหรับใบหน้าจนถึงลำคอ

ข้อสรุป

การทาครีมกันแดดเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะปกป้องผิวเราที่ต้องกิจวัตรประจำวันที่ไม่สามารถเลี่ยงรังสียูวีตัวร้ายที่มากจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี แต่เป็นครีมกันแดดยี่ห้อไหนดีที่มีความเหมาะสมกับความต้องการและสภาพผิวที่จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นจึงต้องศึกษาให้ข้อมูลส่วนต่างๆมาประกอบก่อนจะซื้อมาใช้เพื่อให้ผิวของเราได้รับการบำรุงและไม่เกิดอาการรคายเคืองหรือแพ้ต่อผิว

Similar Posts